สิระ ฉุนขาด เสรีพิศุทธ์ ไม่ยอมใช้อำนาจ ปล่อยอดีตบิ๊กตร. ปลูกบ้านหรูรุกน้ำเจ้าพระยา

Publish 2020-02-05 16:54:39


เดือดรอบใหม่สำหรับเวทีประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ  สภาผู้แทนราษฎร  ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  เป็นประธาน  เมื่อ   นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ  ในฐานะ กรรมาธิการป.ป.ช. ได้ยื่นเรื่อของให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรมเจ้าท่า  เนื่องจากมีการละเลย ปล่อยให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ก่อสร้างบ้านพักริมในลักษณะเข้าข่ายรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา  ตามที่ได้รับการร้องเรียน  และมีการพาสื่อมวลชนล่องเรือลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้  เมื่อ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา



สิระ ฉุนขาด เสรีพิศุทธ์ ไม่ยอมใช้อำนาจ ปล่อยอดีตบิ๊กตร. ปลูกบ้านหรูรุกน้ำเจ้าพระยา

โดยในช่วงระหว่างการประชุม นายสิระได้ลุกเดินไปหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพื่อยื่นหนังสือ แต่ปรากฎว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ยอมรับ  พร้อมกล่าวอ้างว่า  อยู่ระหว่างการประชุมตามระเบียบวาระ  ไม่สามารถยื่นแทรกเรื่องอื่นได้  พร้อมให้นายสิระไปยื่นหนังสือดังกล่าวกับฝ่ายเลขานุการแทน ก่อนที่นายสิระจะแสดงความไม่พอใจ  พร้อมกล่าวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ว่า ทำไมต้องกลัว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาก็รับเรื่องจากคนอื่นโดยตรงมาตลอด  

 


จากนั้นก็เกิดวิวาทะของทั้งสองฝ่าย   โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์  กล่าวตอบโต้กลับ เพราะไม่อยากให้เกียตินายสิระเช่นกัน  จนกระทั่งนายสิระตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุมกรรมาธิการ  ก่อนที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  ได้พยายามทักท้วง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ถึงเหตุผลของการไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว  จนมีการประท้วง และตอบโต้กันไปมา ระหว่าง น.ส.ปารีณา กับ  กลุ่มส.ส.พรรคฝ่ายค้าน  อาทิ  นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งกล่าวสนับสนุน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ตัดสินใจไม่รับหนังสือร้องเรียนของนายสิระ  ก่อนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม 


ต่อมา  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ได้ชี้แจงถึงกรณีนายสิระ  ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ตรวจสอบบ้านพักริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดวัดจันทร์สโมสร ย่านเกียกกาย โดยยอมรับว่า ภาพบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของตนเองจริง และเป็นเหตุกรณีที่ผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว   เนื่องจากเป็นบ้านที่สร้างมาเป็นเวลานานแล้ว  ก่อนเกิดจากปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง  ทำให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างพื้นที่วัด กับบ้านของตนเอง   ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ และคิดไปว่ามีการปลูกรุกล้ำลำน้ำ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง  รวมถึงการสร้างท่าเรือ ก็ขออนุญาตกรมเจ้าท่าถูกต้องตามกฎหมาย


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ระบุด้วยว่า  บ้านหลังดังกล่าวเคยถูกตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง  เมื่อปี 2552  จากการที่มีนายตำรวจที่ตนเองมีคำสั่ง ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีไปเกี่ยวพันกับบ่อน ป.ประตูน้ำ  ร้องขอให้มีการตรวจสอบท่าเรือบริเวณบ้านพักหลังดังกล่าว  จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีผลสรุปทั้งฝ่ายตำรวจและอัยการไม่สั่งฟ้อง จึงถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ตั้งแต่ปี 2554   เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่  ซึ่งท่าเรือในบริเวณที่ปรากฎเป็นภาพก็ไม่เคยมีการต่อเติมอะไรใหม่ นอกจากที่กรมเจ้าท่าเคยอนุญาตไว้

 



เมื่อถูกถามว่าเป็นการจงใจเล่นงานส่วนตัวหรือไม่  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  กล่าวตอบว่า   จากพฤติการณ์ก็ชัดเจนอยู่แล้ว  เพราะมีปัญหากันมาโดยตลอด   ตั้งแต่นายสิระเข้ามาทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้  เพื่อยุติกรณีซักถามเกี่ยวกับปัญหาถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ถูกต้อง   แต่อย่างไรก็ตามจะรับเรื่อง  ที่นายสิระขอให้ดำเนินการไว้   ผ่านทางเลขานุการกรรมาธิการ  แต่จะไม่รับด้วยตนเอง  รวมถึงพร้อมตอบโต้ด้วยข้อหาหมิ่นประมาท หรือ แจ้งความอันเป็นเท็จ

 


และคงต้องฟ้องต่อไปเรื่อยๆ  แต่ไม่ถึงให้ต้องมากราบเท้าในภายหลัง  เพราะกรณีนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกรณี  นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

 


ขณะที่ต่อมา  น.ส.ปารีณา ได้แถลงข่าวเตรียมดำเนินการยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์   เรื่องการเลือกปฏิบัติรับเรื่องร้องเรียน  โดยระบุว่า  การทำงานของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำให้เกิดปัญหาถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกนายสนธยา สวัสดี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในเรื่องของการหมิ่นเบื้องสูง และเรื่องการทุจริตอีก 4-5 เรื่อง   ส่วนตนยื่นก็เรื่องเข้ากรรมาธิการ แต่ถูกปฏิเสธต้องไปยื่นเรื่องต่อ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนส่งกลับมาที่ กรรมาธิการปปช. อีกครั้ง

 


จนมาถึงกรณีของ นายสิระ เจนจาคะ  ที่ยื่นหนังสือร้องเรียนให้กรมเจ้าท่า  ตรวจสอบบ้านของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา  และปรากฎว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีความพยายามบ่ายเบี่ยงรับหนังสือ   ทั้ง ๆ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งตนเห็นว่าถ้าท่านรู้สึกว่า ท่านต้องทนกับการถูกยื่นหนังสือร้องเรียน หรือท่านไม่อยากจะรับเรื่องที่ตัวท่านเองถูกร้องเรียน ท่านก็ควรจะลาออกดีกว่า

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์