ชีวิตเเขวนอยู่บนเส้นด้าย"หนุ่ม"เล่าการสู้เอาตัวรอด ขาดน้ำ!!ขอจากกระติกเเคมป์คนงาน"มาราธอน"ฉาวชลบุรี สุดท้ายต้องเข้าไอซียู หวิดไตวายเฉียบพลัน

Publish 2018-10-15 18:54:35




      จากกรณี เรื่องราวที่มีกระวิพากษ์วิจารณ์ ในงานวิ่งมาราธอน  แชริตี้ ชลบุรี มาราธอน 2018 ซึ่งจัดที่สวนเฉลิมพระเกียรติ พระราชินี 60 พรรษา ของจังหวัดชลบุรี ที่จัดงานไม่มีความเป็นมืออาชีพ จนทำให้บรรดานักวิ่งต่างเกิดความไม่พอใจอย่างมาก  โดยทางผู้ใช้เฟซบุ๊ค ท๊อฟฟี่ ศิวดล จันทนเสวี หรือ “ท๊อฟฟี่ สามบาทห้าสิบ” ได้โพสต์ระบายผ่านเฟซบุ๊ก Siwadon Toffy Sambathhasib หลังช่วงเช้าวันที่ 14 ตุลาคม  2561 ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมงานวิ่งใน จ.ชลบุรี แต่กลับต้องผิดหวังเพราะไม่มีน้ำดื่มเพียงพอให้นักวิ่ง ซึ่ง ท๊อฟฟี่ ลงวิ่งระยะทาง 21กิโลเมตร แต่เมื่อวิ่งไปได้ 5 กิโลเมตร ทีมงานประกาศว่า “น้ำไม่มีให้นักวิ่งแล้วนะครับ จะวิ่งต่อต้องดูแลตัวเอง” จึงตัดสินใจหยุดวิ่ง เพราะอาการขาดน้ำมันอันตรายมากกับนักวิ่ง ไว้อาลัยให้งานวิ่งยอดแย่แห่งปี เค้ามากันด้วยใจ ทำไมทำกับเค้าอย่างนี้

 


 



  ซึ่งก็มีผู้คน ที่ได้ไปร่วมวิ่ง ต่างต้องเผชิญชะตากรรมยากลำบาก ไร้น้ำดื่ม จนต้องเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บ เเละอาจจะทิ้งขั้นอันตรายต่อชีวิต  ล่าสุดได้มีนักวิ่งที่ได้ไปร่วมงาน ใช้ชื่อเฟซบุ๊คว่า...Poon Kub..!!  เล่าเรื่องงานวิ่งมาราธอนเเรกในชีวิต ก็มาเจอการจัดอันสุดย่ำเเย่  จนตนเองต้องเข้าห้องไอซียี

 


 ขอเล่าเรื่องงานมาราธอนแรกของผมครับ
#CharityChonburiMarathon
#ดราม่ามาราธอน

สำหรับระยะมาราธอน42.195ก.ม. ออกสตาร์ท ช่วง10โลแรกพอจะมีน้ำบ้าง ออกสตาร์ทมาดี เพซ5 แต่ก็ค่อยๆลดมาเรื่อยๆมาอยู่6ปลายๆ 7ต้นๆ (มีแวะเข้าห้องน้ำทีสน.แสนสุขหนึ่งรอบ) แต่พอถึงจุดกลับตัว ม.บูรพา (น่าจะกิโลที่13) น้ำไม่มี (น้ำหมดครับ) พอรับสายรัดข้อมือมา วนกลับมาสักพักกว่าจะเจอจุดน้ำ

 

 

ขาวนกลับวิ่งมาใกล้ที่จุดกางเต๊นท์(ประมาณโลที่23)ก็ไม่มีน้ำ ผมต้องฝืนเลยไปอีกซักพักไปเจอเต๊นท์คนงานก่อสร้าง ในใจคือไม่ไหวแล้ว จึงเอ่ยปากขอน้ำกับคนงานว่า”พี่ครับผมขอทานน้ำนิดนึงได้ไหมครับ” พี่ผู้หญิงเลยไปหยิบกระติกส่วนตัวมาให้กิน ผมนี่ยกมือไหว้งามๆๆๆเลยคร้าบ

 

คราวนี้พอเลยมาจะข้ึนสะพาน ตรงนี้เริ่มมีคนวิ่งสวน จากระยะอื่น 10โล 21โล ทุกคนจะตะโกนว่าข้างหน้าไม่มีน้ำนะ ให้ซื้อติดไปด้วย ผมก็มองหาแต่ขายหมดแล้ว ขนาดมะพร้าวเป็นลูกก็ผ่าขายหมดแล้ว (คิดในใจ กูจะไปยังไงวะ เอ้า!!!ไปเถอะ คงไม่ตายมั้ง ) ระหว่างที่วิ่งสวนมานั้น เหมือนมีพระเจ้ามาโปรด มีพี่ผู้ชายคนนึงสวนมาเอาขวดเปล่ามายื่นใส่มือ บอกน้อง อย่าทิ้งเด็ดขาด กำชับๆ ก็เลยยังดีได้เติมน้ำถือไปน่าจะแถว(กิโลที่25)

 

 

 

คราวนี้พอขึ้นสะพานเรียบทะเลไปคราวนี้เริ่มมาทั้งแดดที่แรงขึ้นแถมไม่มีจุดน้ำหรือพักหลบแดดเลย ยาวไปจนถึงจุดกลับตัวสุดท้ายสุดสะพานประมาณกิโลที่34 มีน้ำแดง(สีแดง แต่ไม่มีความหวาน น่าจะเจือจางมากครับ55) แต่ที่สำคัญคือไม่มีสายรัดข้อ (หมดค่ะ) (ในใจคิดนี่ผมจะวิ่งมากลับตัวตรงนี้ทำไมวะเนี่ย)

 

 

 

พอกลับตัวสุดท้าย แม้ไม่มีสายรัดข้อมือ แต่ก็เหลือแค่เดินกลับอีกนิดเดียวเท่านั้น ใจคิดว่าเหลืออีกนิดเดียว ก็เลยฝืนมาได้อีกเกือบกิโล ใจจะขอพักหน่อยนึงแต่พอนั่งเท่านั้นล่ะ ตะคริวมาท้อง มาหลัง มาน่อง มาต้นขา คิดในใจแย่ละ กลัวมันจะลามมาที่หัวใจ(ไม่รู้ทางการแพทย์ มันจะลามมาได้หรือเปล่านะ) แต่ยอมรับว่ากลัว เพราะมันมาทีละจุด จะครบทั่วร่างละ

 

พี่คนที่ยืนตรงนั้นก็วิ่งมาช่วย เอาน้ำมาราดตัว แล้วเรียกรถพยาบาลมารับ




รถก็วิ่งกลับมาเต๊นท์เส้นชัย ระหว่างนั่งมาในรถก็ดีขึ้น พอมาถึงเส้นชัยนั่งซักแปร๊บ กะจะเดินกลับโรงแรม ตอนนั้นยังไม่กล้าโทรบอกใคร ไม่อยากให้เป็นห่วง แต่นั่งซักแป๊บเดียว ตะคริวก็มาอีก ก็เลยคิดว่าไม่ไหวแน่นอน จนสุดท้ายให้มาส่งโรงพยาบาล สมิติเวช ชลบุรี

พอคุณหมอตรวจก็พบว่าค่าไตสูงผิดปกติถึง 2.4 (คนปกติอยู่ที่0.5) เลยต้องขอให้อยู่ในห้องICU รอดูอาการกลัวไตวายเฉียบพลัน

 

 

ผมตั้งใจจะบอกว่าการจัดงานควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร่วมแข่งขันให้มากๆๆครับ มันอันตรายถึงชีวิตครับ ผมเองศึกษาจากเส้นทางการวิ่งมาดีพอสมควร วางแผนจุดรับน้ำ จุดพยาบาล จุดอาหาร แต่ถ้าทุกอย่างมันจะเปลี่ยนแผน พวกพี่ก็ควรหาแผนฉุกเฉินเตรียมป้องกันไว้ด้วยครับ

 

 

(คนมาวิ่งเป็นหมื่นคน รายได้จากค่าสมัคร กับค่าใช้จ่ายในการเตรียมงาน ถ้าไม่รวมค่าตัวศิลปิน นักร้อง มันควรจะต้องสอดคล้องกันครับ คิดก่อนและจัดลำดับความสำคัญให้ถูกว่าความปลอดภัยกับความบันเทิงมันสมเหตุสมผลกันไหม)

 

 

 

 

ขอบคุณ

Poon Kub

Siwadon Toffy Sambathhasib

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร