เปิดประวัติเส้นทางการเมือง"เจ๊แดง" (เจ้าแม่แห่งวังบัวบาน) ในวันที่พี่ชายหนีคุก-น้องสาวหนีศาล-ลูกน้องคนสนิทติดคุก เจ๊หาย.....ไปไหน???

Publish 2017-12-27 16:27:32



ภายหลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกหญิงคนแรกของไทย ซึ่งตกเป็นจำเลยคนสำคัญคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่กำลังจะมีการชี้ชะตาไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา จู่ๆนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่เดินทางมารับฟังการคำพิพากษาโดยให้เหตุผลว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน ล่าสุดศาลออกหมายจับพร้อมยึดหลักทรัพย์ประกันตัว 30 ล้านบาท และนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 27 กันยายน 2560 เวลา 09:00 น. หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมา ศาลอาจจะมีการพิจารณาพิพากษาลับหลังจำเลยได้


และวินาทีนี้หากจะเอ่ยถึงผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งรองจากนางสางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คงหนีไม่พ้นพี่สาวของเธอนั่นคือ"เจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์"
เยาวภาเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นธิดาคนที่ 4 จากบุตร-ธิดาจำนวน 10 คน ของเลิศ (บิดา) และยินดี (มารดา) ธิดาในเจ้าหญิงจันทร์ทิพย์ ระมิงค์วงศ์ ณ เชียงใหม่


จบการศึกษาชั้นประถม จากโรงเรียนดาราวิทยาลัย, ชั้นมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สำเร็จปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สำเร็จรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (ภาคพิเศษ) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


เยาวภาสมรสกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีบุตร 1 คนคือ ยศธนัน (เชน) และธิดา 2 คนคือ ชินณิชา (เชียร์) กับชยาภา (เชอรี่) โดยชินณิชาเป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง รวมถึงบริษัท แอสคอน คอนสตรักชั่น จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ[5] ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 เยาวภาเปิดบริษัท สตรอง พอยต์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (Strong Point Entertainment) ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายดนตรี (ค่ายเพลง) เพื่อออกอัลบั้มแรกให้ชยาภา บุตรสาวคนสุดท้อง ใช้ชื่อว่าเชอรี่ ซีเครท ซี (Cherry - SECRET C)


เยาวภาเป็นนักการเมือง ระดับผู้นำของพรรคไทยรักไทย โดยเป็นหัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน และได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 โดยเอาชนะบรรจง ตะริโย จากพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกว่า 20,000 คะแนนจากนั้นในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 เยาวภาลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ โดยพายัพ ชินวัตร ลงสมัครแทนในเขตเลือกตั้งเดิม
เยาวภาเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (บ้านเลขที่ 111) ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 จึงถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี แม้ต้องยุติบทบาททางการเมือง แต่เยาวภายังมีบทบาทในฐานะแกนนำกลุ่มวังบัวบาน



ซึ่งต่อมาสมชาย ผู้เป็นสามีได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และชินณิชา ผู้เป็นบุตรสาวได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงทำให้ครอบครัวของเธอ มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ พ.ศ. 2556 เยาวภา ลงสมัครในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 เชียงใหม่ พ.ศ. 2556 แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากเกษม นิมมลรัตน์ ขอลาออก โดยให้เหตุผลว่า ต้องการทำงานการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดเชียงใหม่มากกว่า แต่มีการกล่าวหาว่า เพื่อเปิดทางให้เยาวภา ลงสมัครรับเลือกตั้ง


เพื่อเตรียมไว้เป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง แต่เยาวภาและเกษมปฏิเสธข่าวดังกล่าวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา โดยเยาวภาจับสลากได้หมายเลข 2 และได้ 67,101 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 64.92 จึงได้รับการเลือกตั้ง ไม่เพียงเท่านั้นเจ๊แดง หรือ"เจ๊ใหญ่" ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่ตั้งแต่เจ้าหน้าที่พรรค ส.ส.เพื่อไทย กลุ่มแกนนำเสื้อแดง รัฐมนตรี ไปจนกระทั่งถึงคณะผู้บริหารพรรค ให้ความยำเกรงมากที่สุดคนหนึ่ง เรียกได้ว่าหลายต่อเรื่องหลายราวเจ๊แดงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง หนึ่งในคนสำคัญที่คุมกลไกเพื่อไทยใช่หรือไม่

นอกจากนี้เจ๊แดงคือหนึ่งในแกนนำกลุ่มวังบัวบานที่ได้นำเสนอไปแล้วข้างต้น เพราะมี ส.ส.ในมือนับร้อยถือเป็นวังใหญ่ที่สุดในยุคนั้น แต่พอถามไถ่เรื่องวังบัวบานเจ้าตัวบอกที่มาที่ไป "สื่อก็ไปเขียนกันว่าตนเป็นเจ้าแม่วังบัวบาน แท้ที่จริงแล้วเจ๊แดงเคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่อวังนี้ไม่ค่อยดีนัก เพราะเป็นน้ำตกแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ที่มีหญิงสาวผิดหวังในความรักไปกระโดดน้ำตายที่นั่น ชื่อวังบัวบานเลยไม่ค่อยดี" แม้ทุกวันนี้จะปิดตำนาน"วังบัวบาน"ไปแล้วก็ตาม เพราะแกนนำบางคนก็ย้ายค่ายเปลี่ยนขั้ว จะเหลือก็เพียงวังเดียว "จันทร์ส่องหล้า" โดยที่มีนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก สามาถกดปุ่มสั่งการได้แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นเจ๊แดงคอยทำหน้าที่ตรวจสอบคัดกรองให้อีกชั้น


หากย้อนกลับไปติดตามข่าวที่แพร่สะพัดก่อนหน้านี้จับมือกันต้านกระแสข่าวที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุกไฟเขียวให้คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือคุณหญิงหน่อยเป็นตัวเต็งคุมบังเหียนพรรคเพื่อแม้วและเป็นแคนดิเดทชิงเก้าอี้นายกฯหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยสองพี่น้องตระกูลชินต้องการผลักดันนางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล (ชินวัตร) ซึ่งเป็นน้องสาว"เจ๊แดง" และเป็นพี่สาวของนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นทายาท ทางการเมืองตระกูลชินจนกลายเป็นคลื่นใต้น้ำศึกชิงอำนาจในพรรคเพื่อแม้ว ทำให้ล่าสุดบรรดาแกนนำ พรรคเพื่อแม้วต้องรีบออกมาแถลงสยบข่าวศึก ขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย
จนกระทั่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อ้างว่าปัจจุบันพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในภาวะตั้งรับภายใต้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ทำให้มีข้อจำกัดต่างๆ

รวมทั้งยังมีภาระจากคดีความต่างๆ ทำให้เวลาส่วนใหญ่ของพรรคจึงต้องอยู่ในสภาพต่อสู้กับคดีความต่างๆ โดยเฉพาะนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ต้องใช้เวลาไปกับการเตรียมตัวต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าวจนแทบไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น ดังนั้นกระแสข่าวที่ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ พยายามผลักดัน นางมณฑาทิพย์ ผู้เป็นพี่สาวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่จึงไม่เป็นความจริง อีกทั้งเท่าที่รู้จักและเคยคุยกับ นางมณฑาทิพย์ ทราบว่านางมณฑาทิพย์ ไม่เคยสนใจเรื่องทางการเมืองเลยแม้แต่น้อย

ไม่เพียงปฏิเสธข่าวความพยายามผลักดัน นางมณฑาทิพย์ ขึ้นเป็นทายาททางการเมืองตระกูลชิน นายภูมิธรรมยังถือโอกาสสยบข่าวคลื่นใต้น้ำศึกชิงอำนาจในพรรคเพื่อไทยทั้งหลายที่สร้างความขัดแย้งภายในพรรค ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับกระแสข่าวที่ว่านายสมชาย และคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นตัวเต็งขึ้นคุมบังเหียนพรรคเพื่อไทย ซึ่งย้ำว่าพรรคเพื่อไทยยังมีความสามัคคี อีกทั้งยังไม่มีการตัดสินใจเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่แต่อย่างใด และยังเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่ผ่านมาเกิดกระแสข่าวและคลื่นใต้น้ำในพรรคเพื่อไทยมาตลอดรวมทั้งข่าวกระแสต้านคุณหญิงหน่อย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยถึงกับเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยแกนนำ เครือข่ายระบอบทักษิณกลุ่มหนึ่งตั้งข้อสังเกตทำนองว่า


คุณหญิงหน่อยไม่เคยทุ่มเทให้พรรคอย่างจริงจังในยามที่พรรคเผชิญวิกฤติก็เอาตัวรอดทิ้งพรรค แต่พอ ตัวเองจะได้ประโยชน์ก็กลับมาแสดงบทบาทหวังช่วงชิง การนำ ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนเป็นไม้เบื่อไม้เมาขัดแย้งปีนเกลียวกับคุณหญิงหน่อยมานาน สำหรับคุณหญิงหน่อยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแม่กทม. ซึ่งในอดีตเป็น สส.กทม. พรรคเพื่อไทย รวมทั้งอดีต สส. ต่างจังหวัดอีกจำนวนหนึ่งล้วนอยู่ในสังกัดคุณหญิงหน่อย



อีกทั้งชื่อชั้นภาพลักษณ์และที่สำคัญมีสายสัมพันธ์สามารถเชื่อมต่อกับบิ๊กข้าราชการในหลายวงการรวมทั้งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)หลายคน
โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งอาจทำให้เข้าตานายทักษิณ ที่มองว่าคุณหญิงหน่อยมีคุณสมบัติและจุดขายที่จะเหมาะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่จะเอาชนะศึกเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ เพราะไม่มีภาพเป็นร่างทรงตระกูลชิน ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนในศึกเลือกตั้งครั้งหน้าก็อาจจะเป็นได้ใช่หรือไม่

ขณะที่มีรายงานข่าวว่าพี่น้องตระกูลชินหลายคนดูเหมือนจะไม่แฮปปี้เพราะไม่ไว้วางใจคุณหญิงหน่อยมาแต่ไหนแต่ไร และเห็นว่าควรจะผลักดันสมาชิกตระกูลชินคนใดคนหนึ่งเป็นทายาททางการเมืองซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือ นางมณฑาทิพย์ ซึ่งหากนางมณฑาทิพย์ ไม่สนใจการเมืองก็ยังมีตัวเลือกอื่น ซึ่งเผอิญนายสมชาย รอดพ้นคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 2551 ทำให้สถานการณ์พลิกผันให้นายสมชาย อาจกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจะลงตัวภายใต้สถานการณ์คลื่นใต้น้ำทั้งในหมู่สมาชิกตระกูลชินและภายในพรรคเพื่อไทย


นอกจากนี้คุณบัณรส บัวคลี่ คอลัมนิสต์ชื่อดังได้โพสต์ข้อความเล่าความหลังและความทรงจำที่มีต่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ๊แดง ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขอยู่ในแก๊งวังบัวบานมานาน โดยมีข้อความบางช่วงบางตอนที่คุณบัณรส ได้โพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัว รวมทั้งมีการตั้งคำถามถึงเจ๊แดงว่ารับรู้เรื่องที่นางสาวยิ่งลักษณ์หนีไม่ไปศาลเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาหรือไม่ ดังข้อความที่ปรากฎต่อไปนี้


"ผมเลยอยากรู้เจ๊แดงรับรู้เรื่องที่ยิ่งลักษณ์หนีไม่ไปศาลหรือเปล่า เพราะเจ๊แดงมีลูกเขยใหญ่โตในเขมร
เข้าออกเขมรสบายไม่ต้องเส้นทางธรรมชาติอะไรหรอก ถ้าเจ๊แดง รู้เรื่องเจ๊ปูหนี ...เจ๊แดงก็ใจร้ายกับบุญทรงมาก"


ขอขอบพระคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย, แนวหน้า, ไทยโพสต์, และ https://www.facebook.com/bunnaroth.buaklee



เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์


Suggess News

Recommend News