วิทยาลัยนาฎศิลป์จัดพิธีคำนับครู ซ้อมการแสดงมหรสพสมโภช"การแสดงโขนพระราชทาน"ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 (คลิป)

Publish 2017-10-19 12:10:22

วันนี้(19 ตุลาคม 2560) มื่อเวลา 09.09 น. มีพิธีคำนับครูและการฝึกซ้อมโขนพระราชทาน ณ อาคารฝึกโขน (อาคาร 2) ห้อง 2101 วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ประธานคณะกรรมการโขนพระราชทาน ซึ่งจะมีนักแสดงจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และวิทยาลัยนาฏศิลปทั้ง 12 ทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีและมีการซ้อมการแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 



โดย"การคำนับครู" เป็นประเพณีที่ถือเคล็ดกันมาแต่โบราณว่า การฝึกหัดศิลปะไทยทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น โขน ละคร ดนตรี ขับร้อง จะต้องมีการคำนับครูก่อนที่นักเรียนจะเริ่มเรียนเสมอเพราะการศึกษาทางด้านศิลปะมีความแตกต่างจากการศึกษาทางด้านสายสามัญ ซึ่งผู้เรียนสามารถจะหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ถ้านักเรียนรู้วิธีการในกระบวนการของการศึกษา แต่ในด้านศิลปะนักเรียนจะต้องได้รับความรู้จากครูผู้สอน เพราะครูผู้สอนเปรียบเสมือนองค์ความรู้ที่สำคัญ อันจะเป็นแม่แบบในการถ่ายทอดวิชาทางด้านศิลปะให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อวิชาชีพของตนเองในอนาคต ดังนั้นการแสดงความคารวะครู ทางด้านศิลปะจึงมีหลายวาระและหลายระดับซึ่งถือเป็นจารีตที่จะต้องปฏิบัติ


อย่างไรก็ตามกรมศิลปากรได้จัดการแสดงโขน หน้าพระที่นั่งทรงธรรม(หน้าพระเมรุมาศ) เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดยการแสดงชุดนี้เป็นหนึ่งในตอนสำคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทศกัณฐ์ ทำสงครามแพ้พระราม พระอินทร์และเหล่าเทวดานางฟ้าจึงต่างพากันจับระบำรำฟ้อนถวายสดุดี สรรเสริญถวายพระพรชัยแก่พระรามที่มีชัยนะเหนือหมู่เหล่าปวงอสูรร้าย และนำพาความสงบสุขร่มเย็นด้วยพระมหาบารมี เสมือนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อขจัดความยากลำบากของประชาชนชาวไทย ให้มีความสุขสงบร่มเย็นมาอย่างยาวนาน

สำหรับการแสดงโขนที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งแบ่งการแสดงออกเป็นดังรายละเอียดต่อไปนี้

การแสดงหน้าพระเมรุมาศหรือบริเวณหน้าพระที่นั่งทรงธรรมจะเป็นการแสดงตอน พระรามข้ามสมุทรและยกรบ เมื่อจบการแสดงยกรบจะเป็นรำรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในเพลงระบำอู่ทองส่วนด้านนอกพระเมรุมาศ จะมีเวทีอีก 3 เวที เรียกว่าเวทีที่ 1 เวทีที่ 2 เวทีที่ 3 โดยเวทีที่ 1 ด้านทิศเหนือ เป็นเวทีการแสดงหนังใหญ่ แสดงชุดเบิกหน้าพระ หมายถึงการไหว้ครูเชิญครู ลงมาประสิทธิ์ประสาทพร ตามประเพณีแล้วต่อด้วยการแสดงหนังใหญ่เบิกโรง ชุดจับลิงหัวค่ำ ความหมายของเบิกโรงคือการแสดงชุดสั้นๆก่อนการแสดงเรื่องยาวต่อไป เรื่องลิงขาวจับลิงดำเป็นเป็นสอนศีลธรรมง่ายๆต่อประชาชน

เนื้อเรื่องมีลิงดำเกเรเป็นอันธพาล ลิงขาวผดุงความยุติธรรมจึงจับลิงดำไปฆ่า พระฤาษีพบเข้าจึงบิณฑบาตรขอชีวิต แล้วสั่งสอนลิงดำให้กลับใจประพฤติดี เหตุผลที่เรียกจับลิงหัวค่ำเพราะมักกแสดงกันตอนหัวค่ำ และหลังจากจบชุดหนังใหญ่ก็เริ่มแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ เรียงลำดับตอนไป เริ่มด้วยโขนพระราชทาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพจบตอน อันประกอบด้วย

1.รามาวตาร
2.สีดาหาย
3.ทศกัณฐ์รบสดายุ
4.พระรามตามสีดา
5.หรุมานถวายพลวานร
6.ขับพิเภก
7.พระรามข้ามสมุทร
8.ศึกทศกัณฐ์(ทัพสิบขุนสิบรถ)
9.ท้าวมาลีวราชว่าความ
10.มณโฑหุงน้ำทิพย์
11.ศึกทศกัณฐ์
12.สีดาลุยไฟ
13.พระรามคืนนคร

ทั้งนี้การแสดงโขนลำดับที่ 7-13 นั้น จะเป็นการแสดงจากกรมศิลปากร เป็นจบการแสดงทั้งคืน

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธราวุฒิ ฤทธิอักษร

ติดตามข่าวอื่นๆ