ลากไส้ "ขบวนการโกงบิตคอยน์" เปิดดีลสัมพันธ์ "ป.จารวิจิต" จอมต้มตุ๋นกับ "เจ้าพ่อหุ้น" คนดัง

Publish 2018-08-10 19:43:48



ถือเป็นสถานการณ์ข่าวที่หลายคนให้ความสนใจอย่างยิ่ง  กับคดีอาชญากรรมทางเศรษกิจ  เมื่อมีการบุกจับดารานักแสดงหนุ่มอย่าง "บูม"  จิรัชพิสิษฐ์  จารวิจิต อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่1694/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค.2561 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” หลังจากถูกแจ้งความร้องทุกข์ว่าร่วมกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc.และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน)  มีมูลความเสียหาย  รวมเป็นเงิน 5,564.44650956 เหรียญบิตคอยน์  หรือ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย 797,408,454.33 บาท

 

ต่อมามีชื่อของนักลงทุนตลาดหลักทรัพย์ชื่อดัง อย่าง "ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ"  เข้าไปเกี่ยวข้อง  แต่เจ้าตัวพร้อมแสดงความบริสุทธิ์ โดยการเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม  ท่ามกลางข้อคำถามตามมามากมายถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง จนกระทั่ง ล่าสุด "หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ" นำเสนอประเด็นร้อนดังกล่าว ผ่านคอลัมน์ "มารยาตลาดหุ้น"  มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้ "เรียกว่ากลบข่าวฉาว" แก๊งปั่นหุ้น MILL ของกลุ่ม "เสี่ยหมู-สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล" ลูกค้ารายใหญ่ธนาคารกรุงเทพระดับหลายพันล้าน น้องรัก "เสี่ยโทนี่-ชาติศิริ โสภณพนิช" ไปได้อย่างเบ็ดเสร็จ กับข่าวการ โกงบิตคอยน์ สกุลเงินดิจิตอล ในชื่อ Dragon Coin (DRG)

 




อธิบายง่ายๆ ภาษาชาวบ้านนะเจ้าคะ เรื่องขั้นตอนขบวนการ โกงบิตคอยน์ นี้...

1. หาเหยื่อมีฐานะ ซึ่งกรณีนี้คือ “Mr. Aarni Otava Saarimaa”

2. นักลงทุนวัยรุ่นชาวฟินแลนด์ ภรรยาคนไทย ชื่อ “อ้อย”

3. ทำตัวน่าเชื่อถือพูดจาหว่านล้อมและเอาผลประโยชน์เข้าล่อ

4. คิดรูปแบบการลงทุนที่ซับซ้อนและไม่มีกฎหมายรองรับ กรณีนี้คือ “บิตคอยน์” ชื่อ “Dragon Crypto”

5. รับเงินแล้วเผ่น

 

บิตคอยน์” คืออะไรไม่สำคัญนะเจ้าคะ เอาว่าเราจ่ายตังค์ไปลงทุนแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาคือตัวเลขในระบบดิจิตอล (บนจอมือถือ) เสมือนมีกำไร แต่เอาจริงๆ พออีตอนจะขายแล้ว ขายไม่ได้ หรืออาจขายได้ในครั้งแรกๆ เพื่อให้เราติดกับดักแล้วชวนพวกมาลงทุนอีก "Mr. Aarni Otava Saarimaa" หรือ "อาร์นี่" คือ "ผู้เสียหาย" ในคดี ที่เหมือนจะสูญเงินกว่า 800 ล้านบาท กับขบวนการโกงแบบดิจิตอลนี้ ตัวการดูเผินๆ ก็คือ "บูม จารวิจิต" ตัวประกอบหนุ่ม (ทำใจไม่ได้เจ้าค่ะที่จะเรียกว่าดารา) ซึ่งมีพี่ชายตัวแสบชื่อ "ปริญญา จารวิจิต" จอมต้มตุ๋นตัวเอ้ อายุ 30 กว่า ที่ชักชวน "Mr.Aarni Otava Saarimaa" มาลงทุน...

 

"ปริญญา" ทำตัวเหมือนกูรูการลงทุน ที่มีเงิน มีความรู้ และพยายามเข้ามาโลดแล่นในแวดวงการเงินระดับประเทศ บนเส้นทางเติบโตของ "ปริญญา"... "อายุน้อยร้อยเล่ห์" ลืมตาอ้าปากโดยมี "จ่ามนัส ลอยฟ้า" มาเฟียวงการพนันเบอร์ใหญ่ระดับประเทศสนับสนุน ถึงขนาดเคยลั่นวาจาว่า "ผมกับพี่มนัส (ลอยฟ้า) คุยกันได้ทุกเรื่อง!!"

 

อีกทั้ง "ปริญญา" ยังเคยมีธุรกรรมอำพรางมากมายที่เชื่อมโยงถึงคดีแชร์ลูกโซ่ "บริษัทยูฟันด์ฯ" ปี 2558 ที่มีผู้เสียหายกว่า 2,432 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนล้านบาท เพียงแต่ตำรวจยังสืบเอาผิดไม่ได้เท่านั้น

 



ขั้นตอนการต้มตุ๋นเริ่มจากการขายฝันและแสดงบารมีให้ "อาร์นี่" และ "น้องอ้อย" เห็น โดยการมีบอดี้การ์ดติดตามและการพาไปดูโครงการขายฝันมากมายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในตลาดหุ้นและนอกตลาดหุ้น

 

คำถามต่อมาคือ แล้วหุ้นตัวไหน แล้วกับใครบ้างล่ะ ที่ "ปริญญา" เข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ แล้วใครล่ะคือ "เจ้าพ่อตลาดหุ้น" ที่ตำรวจกองปราบฯกล่าวถึง??

 

ชื่อที่ถูกโยนขึ้นมาชื่อแรกคือ "ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ" ฉายา "ไข่มุกดำวงการตลาดหุ้น" อดีตลูกน้องคนสนิท "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แต่จากการสอบถาม "ดร.ประสิทธิ์" ยอมรับว่ารู้จักปริญญาจริงและร่วมลงทุนจริงแต่ถูกหลอกเหมือนกัน

 

อย่างไรก็ตามกับประเด็นร้อนนี้ยังไม่จบ  เพราะมีจุดเชื่อมโยงที่กลายเป็นชนวนให้เกิดการขุดคุ้ยต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลโกงของ "ปริญญา จารวิจิต" และ "เจ้าพ่อตลาดหุ้น" กับ 3 บริษัทมหาชนที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องติดตามความคืบหน้านี้ต่อไป  คือ

 

1. บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA

2. บริษัท ที เอ็นจิเนียร์ริ่ง คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ T

3. บริษัท เวนเจอร์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ VI

 

ขอบคุณที่มา  :  คอลัมน์มารยาตลาดหุ้น โดย... คุณนายเผือก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ



เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน


Recommend News