แจงกระแสข่าวน้ำล้นเขื่อนเพชรวันนี้ จับตา 2 เขื่อนใหญ่เฝ้าระวัง ดีเปรสชั่นเข้าไทย

Publish 2018-08-10 12:07:27



 

      ยังคงต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ที่ไหลผ่านเขื่อนเพชร โดยวันที่ 10 ส.ค.61 ระดับน้ำสูงสุดเหนือทางระบายน้ำล้นประมาณ 65 เซนติเมตร อัตราการไหล 106 ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่ระบายผ่านอาคารชลประทาน ทำให้มีน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจานรวม 224 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำดังกล่าวจะเกินความจุลำน้ำที่สถานี B.3A บ้านสองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน เล็กน้อย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง ทำให้มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร 

 

     โดยคาดว่าวันที่ 11 ส.ค.61 จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลรวมหน้าเขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230-250 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำโดยการหน่วงน้ำหน้าเขื่อน ตัดน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย – ฝั่งขวา รวม 55 ลบ.ม./วินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 อัตรา 35 ลบ.ม./วินาที รวมปริมาณน้ำที่ตัดเข้าระบบทั้งสิน 90 ลบ.ม./วินาที และระบายผ่านท้ายเขื่อนเพชรในอัตรา 140-160 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำ จะไหลผ่าน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด โดยไม่มีผลกระทบ ไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ในวันที่ 12 ส.ค.61 จะทำให้มีน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชน สูงเฉลี่ยประมาณ 20-30 ซม. 

 

    วันที่ 9 ส.ค. 61 นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการชลประทานเพชรบุรี ได้เปิดเผยว่า กำลังเร่งขุดคลอง ระยะ 8 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมไปหาคลอง D9 
ระยะทาง 19 กม. ส่งไปยังน้ำทะเล เพื่อตัดน้ำจากเขื่อนเพชรลงทะเลได้ ซึ่งเขื่อนเพชรจะระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานลงแม่น้ำเพชร 115.21 ลบ.ม./ วินาที คาดว่าจะเป็นผลดีกับวันนี้ (10 ส.ค.61) น้ำไม่ล้นตลิ่ง และท่วมในอำเภอใต้เขื่อนเพชร  สำหรับคลองที่ขุดนี้จะเป็นทางรอดให้น้ำไม่ท่วม อ.เมืองเพชรบุรี เพราะจะช่วยตัดน้ำที่ไหลให้เข้าแม่น้ำเพชร

 

 



 

   

 สำหรับการเตรียมการช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำ มีดังนี้


1. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่และชุมชน จำนวน 31 เครื่อง (สำรอง 5 เครื่อง)

2. ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จำนวน 38 เครื่อง (สำรอง 8 เครื่อง)

3. เตรียมพร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกล เช่น รถขุดตัก จำนวน 20 คัน ประจำในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำ

ล่าสุด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือสทนช. ได้ออกประกาศเตือนประเทศไทยจะเจอพายุดีเปรสชั่น ลูกที่ 2 เข้าแนวเดินร่องฝนพายุเซินเติญ เข้าประเทศลาวมีผลกระทบต่อประเทศไทย 14 - 17 ส.ค. ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่สอด อ.พบพระ จ.ตาก จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ระนอง จะมีความชื้น ฝนมาก จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ลูกที่ 2 ฝนที่ตกมายังไปเพิ่มปริมาณให้น้ำ
ในเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนน้ำอูน ที่มีระดับน้ำที่เต็มความจุแต่ยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น

สำหรับเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีปริมาณน้ำที่เกินเกณฑ์การควบคุมด้วยกัน 4 เขื่อน ได้แก่
1. เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  สภาพน้ำในอ่างล่าสุดมีปริมาณน้ำ 737 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 104% ปริมาณน้ำไหลเข้า 20.83 ล้าน ลบ.ม. /วัน  ปริมาณน้ำระบายออกรวม 18.20 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 60 ซม.

2. เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร มีปริมาณน้ำ 534 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 103 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 4.84 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในเขื่อนท้ายน้ำ ยังคงปกติ คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่มีน้ำไหลล้นตลิ่งการบริหารจัดการน้ำควบคุมการระบายน้ำออกจากเขื่อน 3.50 ล้าน ลบ.ม. และเพิ่มการระบายน้ำโดยใช้วิธีกาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำอีก 0.60 ล้าน ลบ.ม. การแจ้งเตือนและช่วยเหลือ มีการแจ้งและให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร  บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลำน้ำอูนและลำน้ำสงครามไหลผ่าน

3. เขื่อนวริราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี  สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 7,519 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 85 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 68.80 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลเข้าออก 41.26 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าระดับน้ำจะยังไม่ล้นตลิ่ง แต่พื้นที่บริเวณรีสอร์ท ที่ตั้งในบริเวรแม่น้ำแควน้อย ยังต้องระวังในการจัดการบริหารให้ดี มีการแจ้งเตือนพื้นที่บริเวณแม่น้ำแควน้อยให้ทราบถึงการระบายน้ำอยู่เรื่อยๆ

 

 



 

 

4.เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 319 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82%  ปริมาณน้ำไหลเข้า 14.95 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 9.48 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ แม่ปราณบุรีจะมีระดับค่อยๆ สูงขึ้นต้องเฝ้าระวังระดับน้ำจากอัตราการระบายที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มการระบายน้ำจนถึง 100 ลบ.ม./ วินาที

 

        สำหรับกระแสข่าวน้ำจะล้นเขื่อนเพชรในวันที่ 10 ส.ค. นั้น วศ. สุรพล  นาคนคร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโลโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ได้ออกมาชี้แจงในวันนี้ (10 ส.ค.) ว่าเป็นการเข้าใจผิดว่าเขื่อนเพชร นั้นรับน้ำไม่ไหว สร้างความแตกตื่นให้ประชาชน โดยมีการอธิบายว่า เขื่อนเพชร เป็นอาคารทดน้ำ ในการยกระดับน้ำให้สูงขึ้น เพื่อเข้าคลองชลประทานในระบบคือ คลองสาย 1 คลองสาย 2 คลองสาย 3 ที่อยู่ข้างๆ ตัวเขื่อนเพชร 

 

         เขื่อนเพชรมีประตูเปิดระบายน้ำ 4 บาน ซึ่งมีการยกบานเพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชร กรณีจะยกระดับน้ำเพื่อให้เข้าคลองทั้ง 3 สาย ก็ต้องดูว่า ถ้าน้ำน้อยก็ต้องลดบานเพื่อไม่ให้น้ำลอดบาน จะทำให้ยกระดับน้ำเข้าคลองได้ เขื่อนแก่งกระจานปล่อยน้ำมาในปริมาณไม่มาก เขื่อนเพชร ก็ยกประตู 2 บานเพื่อระบายน้ำแต่ค่อยๆ ระบายน้ำออกไป บางช่วงน้ำก็มามากจนล้นออกช่องล้นไปเพราะยกบานน้อย แต่เมื่อเลขาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มาประชุมและสรุปการบริหารจัดการว่า ในแม่น้ำเพชรใต้เขื่อนเพชรยังมีพื้นที่ว่างรับน้ำได้จึงให้เร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น จึงยกบานสูงขึ้นน้ำที่มีอยู่รวมทั้งน้ำที่สะสมอยู่เหนือบานเขื่อนเพชรก็ไหลออกไปตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น น้ำที่ล้นทางน้ำล้นของเขื่อนเพชรก็ลดลงเนื่องจากน้ำลอดผ่านประตูระบายน้ำได้มาก

       

        ขณะนี้ทางชลประทานเตรียมการณ์ที่จะเชื่อมคลองระบายน้ำที่กำลังขุดอยู่ที่วังขุนด่าน-กระจับ เพื่อเชื่อมคลอง D9 จึงต้องปิดการระบายน้ำออกทางคลองสายสาม ทำให้น้ำที่หน้าบานระบายเขื่อนเพชรสูงขึ้น เนื่องจากน้ำลงแม่น้ำเพชรช่องทางเดียวไม่ได้ออกทางคลองชลประทาน จึงทำให้ระดับน้ำหน้าบานสูงขึ้นและล้นออกทางน้ำล้นข้างบานระบายของเขื่อนเพชร ซึ่งเป็นสภาวะปกติของอาคารทดน้ำอยู่แล้ว จึงอย่าตระหนกตกใจว่า มีน้ำล้นที่บานน้ำล้นของเขื่อนเพชร

 

 

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย


Recommend News