ผมบริสุทธิ์ใจ!! "บิ๊กตู่"เผยโดนตรวจสอบ400คดี ฐานะหัวหน้า คสช.!! มั่นใจกระบวนการยุติธรรม ท้ากลับมาสู้คดี!

Publish 2018-07-10 17:37:17



ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเริ่มขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ประธานสมาคมพันธมิตรมวยไทยโลก นำศิลปินดารา นักร้อง และอดีตนักมวยไทย อาทิ นายสมบัติ เมทะนี นายรอง เค้ามูลคดี นายกรุง ศรีวิไล นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ และนางดวงใจ ไพจิตร เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานกิจกรรม CSR เพื่อสังคม

 



โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับคณะที่เข้าพบว่า สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ก็เพื่อวันหน้า แก้ไขปัญหาที่คนเดิมๆ สร้างไว้เป็นร้อยแปดปัญหาไม่มีใครรู้หรอก แต่ตนไม่โทษใคร ตนรู้จักพี่ๆทุกคน และรู้ว่าทุกคนทำอะไรมาก่อน แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลงแล้ว ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง

 

“ไม่ใช่ผมต้องการรักษาอำนาจ หรือต้องการรักษาผลประโยชน์ ผมไม่เคยได้ประโยชน์ จากการเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นอะไรก็ตามแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นเกิดอะไรขึ้นให้ไปหามา ผมจะลงโทษให้หมด เพราะนี่คือส่ิงที่ทุกคนที่เป็นรัฐบาลต้องทำแบบนี้ และผมไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจอะไรเลยแม้แต่สักอย่างเดียว ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องไปหาผลประโยชน์ เพราะผมพอเพียงแล้ว ลูกเมียผมไม่ได้ลำบากอะไร”

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนดูว่า เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนทำให้เกิด และสาเหตุเกิดจากอะไร ความไม่เป็นธรรมหรือกฎหมายไม่ถูกต้องหรือยังไง ต้องไปคิดใคร่ครวญตรงนี้ใหม่ ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าใครผิด ใครถูก แต่อะไรก็ตามที่เป็นกระบวนการยุติธรรม ถ้าเราไม่เชื่อมั่นเชื่อถืออยู่ไม่ได้

“ใครก็ตามที่คิดว่าไม่ได้ความเป็นธรรม ก็มาต่อสู้คดี ผมให้ต่อสู้คดีได้ทุกคน ไม่ต้องกลัว ใครรังแกไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเป็นเรื่องกฎหมาย ผมเคารพกฎหมาย ไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องรับการตรวจสอบอะไร ผมโดนตรวจสอบทุกอัน โดนไป 400 คดีในฐานะหัวหน้า คสช. หัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าโครงการ แต่ผมไม่กลัวซักคดี เพราะผมบริสุทธิ์ใจ การใช้มาตรา 44 ผมใช้เท่าที่จำเป็น คนไม่ดีต้องถูกย้ายออกไปอย่างคนทุจริต”

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หวังว่ารัฐบาลหน้าซึ่งใครจะเป็นก็ไม่รู้ ใครจะดูดไม่ดูด ตนไม่รู้ เพราะยังไม่ได้ไปอยู่กับใครสักคนเลย ดังนั้นการที่ทุกคนจะพูดเรื่องการเมือง ก็พูดได้ทุกคน แล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อยังไม่เกิดอะไรขึ้น มันจริงไหม



นายกฯกล่าวอีกว่า ได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มี 6 เรื่อง อย่างความมั่นคง ที่เป็นบ่อเกิดความมีเสถียรภาพทางการเมือง ความมีเสถียรภาพของประเทศ คนถึงจะมาเที่ยว มาแล้วปลอดภัย ไม่มีใครรังแก ต้องการแค่นี้ ไม่ว่าจะซื้อยุทโธปกรณ์อะไรก็แล้วแต่ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น เรื่องที่จะทุจริตสอบมา อย่าไปบอกว่าสอบแล้วไม่เจอเพราะเข้าข้างกัน หลายอย่างที่เอามาก็เพื่อช่วยเหลือประชาชน

 

“ถามว่าถ้าไม่มีเฮลิคอปเตอร์ แอมแบร์ จะยกอะไรขึ้นเขาได้ไหม ของเก่ามันก็เก่าหมดแล้ว วันหลังจะเอาพวกพี่ๆขึ้นเฮลิคอปเตอร์เก่าๆ หรือรถถังเก่าๆ ใช้มา 40 กว่าปี แล้วท่านจะไม่มีส่ิงเหล่านี้ไว้หรือ การมีความมั่นคงคือมีไว้ที่เรียกว่าเพื่อการไม่รบ ถ้าเราอ่อนแอไม่มีอะไรเลย นั้นแหละเราจะไม่มีน้ำหนักในเวทีโลก ซึ่งเรื่องศักยภาพเป็นเรื่องสำคัญ”

 

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ให้กับคณะที่เข้าพบทั้ง 16 คน พร้อมกับกำชับว่า ขอให้ช่วยกันไปอ่านดู ไปต่างประเทศมาทุกประเทศ ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ ก็เอายุทธศาสตร์ 20 ปีส่งให้เขาดู เราต้องสร้างความมั่นใจให้เขา สิ่งที่ทำวันนี้จะมีผลต่อไปอีก 20 ปี แต่ไม่ใช่ให้เปล่าๆ ต้องตามกฎหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนี้ แค่หลักการของประเทศเท่านั้น ต่อไปจะถอดเป็นแผนแม่บทออกมา ซึ่งรัฐบาลไหนจะปรับแก้ทำได้หมด แต่ต้องอยู่ในกรอบนี้

 

“ลองไปหาคณะรัฐประหารทุกคณะมา มีการทำงานแบบนี้ไหม เพราะผมเป็นรัฐบาล และบริหารราชการแบบปกติ แต่ผมมีประเด็นของผมว่าต้องทำยังไง มีการพัฒนาตลอด ส่งให้ต่างประเทศเขาชื่นชม ไม่มีประเทศไหนในโลกทำได้แบบนี้ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา นี้คือส่ิงที่อยากให้ภูมิใจกับผม เกิดจากมันสมองโง่ๆที่ทำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Suggess News

Recommend News