ตะลึงวงการศึกษาไทย !! ครูอัตราจ้างเมืองตรัง จบ ป.โท รับเงินเดือนครั้งแรก 2,500 บาท ทำงานมา 5 ปี ได้รับ 8,500บาท ถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำ (คลิป)

Publish 2018-05-23 21:11:42



 วันที่  23 พฤษภาคม 2561 ตามที่มีสื่อนำเสนอข่าว ครูอัตราจ้างโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือนครั้งแรกที่เข้าทำการสอนเดือนละ2,500บาท ทำงานมา 5 ปี ได้รับเงินเดือน 8,500 บาท วุฒิการศึกษาสูงสุดปริญญาโท ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง โรงเรียนวัดแจ้ง  ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 ที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 ปี และในปี 2561 มีนักเรียนทั้งหมด 87 คน มีครูประจำการ 5 คน ครูอัตราจ้าง 2 คนคือ นางสาวจันฐิมาพร นิลวงค์ และ นายคณาทิป นับแสง หรือ ครูเก่ง ครูอัตราจ้างอีกคนหนึ่ง  ที่เล่าประสบการณ์ชีวิตครูอัตราจ้าง รับเงินเดือนครั้งแรก แค่ 2,500 บาท ในการเริ่มต้นอาชีพครู ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดคนหนึ่งในระดับประเทศ  แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่สอนเด็กอย่างเต็มความรู้ความสามารถ ทำงานด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ไม่เคยคิด ย่อท้อ หรือลาออกทิ้งเด็กนักเรียนไปไหน  แม้ค่าตอบแทนจะน้อยนิด หากเทียบกับภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันก็ตาม

 

 


ชีวิตครูอัตราจ้างค่าแรงถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำครูหนุ่มหัวใจสวยงามยืนยันอาชีพครูสอนหนังสือเพื่อเด็กยากจน

 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไปยังโรงเรียนวัดแจ้ง พบกับ ครูเก่ง หรือ นายคณาธิป  นับแสง อายุ 30 ปี กำลังสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียนชั้น ป.4 ที่มีอยู่ในห้องทั้งหมด จำนวน 8 คน ด้วยความตั้งใจ และบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ในการเรียนการสอน  ครูเก่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า  “ ตนเองเป็นครูประจำชั้น ป.4 ก็สอนหลายวิชา แต่ที่หลักๆ ก็คือ วิชาสังคม คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และยังช่วยงานด้านอื่นๆ ของโรงเรียน  ส่วนนักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของผู้มีรายได้น้อย มีฐานะยากจน ไม่มีทางเลือกด้านการศึกษามากนัก  ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ตนเข้ามาเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนแห่งนี้ ตั้งแต่ด้วยวุฒิปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ จาก ม.ศิลปากร และ ระดับปริญญาโท ด้านรัฐศาสตร์ จาก ม.รามคำแหง และมีใบประกอบวิชาชีพครู ได้เริ่มเงินเดือนครั้งแรก 2,500 บาท และปัจจุบันปรับเป็น 8,500 บาทแล้ว


ถึงแม้ตนจะไม่ได้จบครูโดยตรง แต่เมื่อได้มาเป็นครู ก็ทำให้ตนได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย  ได้เห็นชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ขาดความพร้อม จนทำให้ตนทิ้งนักเรียนไม่ได้ แม้จะมีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตหลายครั้ง แต่ตนเองเลือกที่จะปฏิเสธไป  สำหรับเงินค่าตอบแทนที่หลายคนอาจมองว่าน้อยนิด หากเทียบกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ตนก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร  เนื่องจากตอนเช้าจะอาศัยกินข้าวมาจากบ้านที่อาศัยกับพ่อแม่  ขณะที่ตอนเที่ยงก็กินที่โรงอาหารโรงเรียน ส่วนตอนเย็นก็กลับไปกินข้าวที่บ้าน เป็นแบบนี้ทุกวัน
                             ทุกวันนี้ตนเห็นความไม่เท่าเทียมระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนชนบท ทั้งอัตรากำลังครูที่จัดสรรมาโรงเรียนใหญ่จะมีครูที่ครบตามจำนวนชั้นเรียน ส่วนโรงเรียนเล็กๆครูจะไม่ครบชั้น ทำให้มีภาระการสอนเพิ่มขึ้น อยากให้กระทรวงจัดสรรงบประมาณช่วยดูแลโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลางเพราะโดยส่วนมากจะไม่มีความพร้อมทางด้านงบประมาณความพร้อมของอุปกรณ์การเรียนการสอน อยากให้จัดสรรมาตามความต้องการของโรงเรียนตามที่โรงเรียนวางรูปแบบการเรียนการสอนไว้เพราะไม่สามารถเรียกร้องจากที่ไหนได้

 

 

 

ชีวิตครูอัตราจ้างค่าแรงถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำครูหนุ่มหัวใจสวยงามยืนยันอาชีพครูสอนหนังสือเพื่อเด็กยากจน


เด็กนักเรียนที่นี่จะตั้งใจเรียนตามสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัวไม่ค่อยจะมีความพร้อม แต่เมื่อมาถึงโรงเรียนเด็กจะมีความแอคทีฟในตัว เช่นปี60เด็กรุ่นที่แล้วสอบโอเน็ตได้อันดับ1ในจังหวัด แสดงให้เห็นว่าเด็กนักเรียนที่นี้ถึงสภาพครอบครัวจะไม่พร้อมเท่าไร แต่ทางโรงเรียนสามารถสอนให้เด็กเรียนรู้ตามมาตรฐานที่วางไว้
                             โดยเงินเดือนที่ได้มา ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งกลับคืนไปให้เด็กๆ เช่น จะมีขนมลูกอมแจกเด็กนักเรียนเพื่อกระตุ้นให้เด็กมีความตั้งใจเรียน โดยจะมีให้เด็กนักเรียนอยู่ทุกวัน  แถมเมื่อเด็กคนไหนทำดี ตนจะก็จะเจียดเงินไปเป็นรางวัล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกเขาอยู่เสมอ เฉลี่ยเดือนละ 3,000-5,000 บาท เนื่องจากตนเองคิดว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่สิ่งที่เราได้ทำมากกว่า  อีกทั้งตนเองยังรักอาชีพครู เพราะเป็นอาชีพในฝันมาตั้งแต่เด็กๆ  ขณะที่ครอบครัวทั้งปู่ยาตายาย รวมทั้งพ่อและแม่ ก็รับราชการเป็นครูกันทุกคน ส่งผลให้ตนเองได้สายเลือดความเป็นครูมาอย่างเต็มๆ


                          ข่าวสารในเรื่องนี้ที่แพร่ออกไป เกี่ยวกับครูอัตราจ้างที่ได้รับเงินเดือนน้อยนิด เริ่มมาจากมีการโพสลงในเฟสบุ๊คของอาจารย์มหาลัยท่านหนึ่ง ซึ่งโพสเกี่ยวกับการรับครูอัตราจ้างของโรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคเหนือที่รับเงินเดือน4,000บาทที่เป็นกระแสที่ผ่านมา เข้าไปคลิกอ่านแล้วคอมเม้นท์เกี่ยวกับอัตราจ้าง แล้วมีนักข่าวติดต่อผ่านอาจารย์มหาลัยท่านนั้น อยากสัมภาษณ์สภาพความเป็นอยู่ เราเห็นว่าไม่ได้มีผลทางด้านลบเกี่ยวกับโรงเรียนและทางหน่วยงานที่เราสังกัด จึงให้ข้อมูลเขาๆจึงติดต่อสัมภาษณ์ เกี่ยวกับความเป็นอยู่การทำงานเริ่มต้นยังไง ทำงานอะไรบ้าง เราก็พูดตามสภาพครูอัตราจ้างคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ตรงนี้สะท้อนออกไปให้สังคมเห็น พอข่าวออกไปมีครูอัตราจ้างทั้งประเทศเข้ามาแชร์ข้อมูลกัน พร้อมทั้งไห้ข้อมูล ทั้งยังมีครูบางกลุ่มที่เข้ามาสอนฟรีในโรงเรียนจนสุดท้ายสามารถบรรณจุเป็นข้าราชการ ซึ่งหลังจากสำนักข่าวดังกล่าวออกข่าวไป ก็มาสำนักข่าวอื่นๆติดต่อมา 
                              นายคณาธิป หรือ ครูเก่ง นับแสง กล่าวอีกว่า หลายคนเคยตั้งคำถามกับตนเองว่า ทำไมจึงต้องอยู่กับเงินเดือนแค่น้อยนิด หรือไม่ได้ตามวุฒิการศึกษา ตนก็ตอบไปว่า เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถทิ้งเด็กนักเรียนได้  ถ้าจะให้ตนเองไปอยู่ในโรงเรียน หรือไปทำงานที่ไหนที่ให้ค่าตอบแทนมากกว่า  แต่ถ้าที่นั้นมีครูเพียงพออยู่แล้ว ตนเองก็ขอเลือกที่จะอยู่ที่โรงเรียนวัดแจ้งแห่งนี้  เนื่องจากเด็กๆ ต้องการครู และตนเองก็ตั้งใจที่จะอบรมสั่งสอนให้พวกเขาเป็นคนดี มีวิชาความรู้ติดตัว และเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม  อย่างไรก็ตาม ตนเองก็หวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ และถือเป็นความตั้งใจสูงสุด  พร้อมอยากจะฝากถึงครูอัตราจ้างที่ได้รับเงินเดือนไม่มากว่า จงอย่าท้อ เพราะเงินไม่สำคัญ หากทำด้วยใจที่มุ่งมั่น สักวันชัยชนะจะเป็นของเรา


                            โรงเรียนวัดแจ้งแห่งนี้ ตั้งในชุมชนหลังวัดแจ้ง ชาวบ้านประกอบอาชีพรับจ้าง   ทำการเกษตร ชาวบ้านฐานะอยากจน พ่อแม่ผู้ปกครองก็ส่งบุตรมาเล่าเรียนที่โรงเรียนวัดแจ้ง เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย   วัดแจ้งเป็นชุมชนเล็กที่เป็นชายขอบระหว่างเขตเทศบาลนครตรังกับตำบลบางรัก อ.เมืองตรัง ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม ชุมชนแห่งนี้จะได้รับผลกระทบ น้ำท่วมทุกครั้ง เพราะตั้งอยู่ติดกับ คลองนางน้อยและแม่น้ำตรัง เป็นจุดรับน้ำ ชาวบ้านจะอพยพมาอาศัยพักในวัดครั้ง 15-30 วันหรือมากกว่านั้น ปีละ 2-3 ครั้ง น้ำท่วมทุกครั้งเด็กๆ ก็ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะน้ำท่วมบ้านทั้งหมด ต้องมานอนค้างแรมที่ศาลาวัด เป็นเช่นนี้ตลอดมา

 

 

 

 

สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง