ใครก็ได้ช่วยผมด้วย !! หนุ่มใหญ่สุดท้อ ร้องสื่อช่วย! หลังมีคนสวมรอยบัตร ปชช. ทำเดือนร้อนหนัก ไม่มีเอกสารทางบิดาส่งลูกเข้า รร.

Publish 2017-12-07 19:34:28



ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 8 / 60 ภายในซอย 12 หมู่ 1 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีคนสวมบัตรประชาชน ต่อไม่ได้มานานนับ 10 ปี พบนายสมบัติ สุตะพบ อายุ 49 ปี ยืนถือบัตรประชาชน ระบุชื่อนายสมบัติ สุตะพบ เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2511 ที่อยู่ตามบัตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ 6 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง



ทำบัตรเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2544 บัตรหมดอายุ 14 มกราคม 2551 และยังถือใบถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านระบุตรงกับบัตรประชาชน โดยนายสมบัติ พร้อมนางมณฑา สิทธิพงษ์ อายุ 46 ปี ภรรยา ได้เปิดเผยว่า ตนลำบากมากทุกวันต้องออกไปหาเก็บขยะขายเพื่อประทังชีวิตและเลี้ยงครอบครับ ไปหางานอื่นไม่มีใครรับเนื่องจากบัตรประชาชนขาดมาหลายปีแล้ว ขาก็ไม่ดีเดินมากแล้วปวด ต้องขี่รถ จยย.พ่วงข้างไป บ้านที่อยู่ก็เช่าที่ดินเขาเดือนละ 480 บาท โดยเก็บเอาเศษไม้บ้างหาเงินซื้อปูนมาปลูกพออาศัยอยู่กับลูกและหลานอีก 2 คนและนายสมบัติ ได้เปิดเผยต่ออีกว่า เมื่อก่อนได้บวชพระเมื่อปี พ.ศ.2545 จำพรรษาที่วัดเทพนิมิต ต.บ้านค่าย อ.วังจันทร์ จ.ระยอง แต่รู้สึกสบายใจเลยบวชได้ประมาณ 5 พรรษา สึกเมื่อกลางปี 2550 และอยู่กินกับนางมณฑามีลูกสาวด้วยกันชื่อ ด.ญ.ธิติกานต์ สุทธิพงษ์ อายุ 8 ขวบ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนเทศบาลชลราษฏรนุเคราะห์ ( วัดต้นสน ) เขตเทศบาลเมืองชลบุรี แต่พอมาดูบัตรพบว่าบัตรหมดอายุปี 2551 ก็เลยไปที่อำเภอเมืองชลบุรี เพื่อต่อบัตรประชาชน แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าต่อไม่ได้เนื่องจากมีใบหน้า 2 คน ในชื่อเดียวกัน และให้ตนเดินทางไปที่อำเภอที่ทำบัตรที่ จ.ระยอง แต่ก็ทำไม่ได้ เขาบอกให้ไปแจ้งความที่ จ.ชัยภูมิ พื้นที่ที่มีคนสวมบัตรตนเอง ตนรายได้ไม่มี เงินค่ารถเดินทางก็ไม่มีเลยปล่อยมาหลายปี



แต่มาร้องสื่อเพราะลูกสาวจะต้องใช้บัตรบิดาในการศึกษา เมื่อก่อนที่เรียนเทศบาล นางมณฑา ได้โกหกทางโรงเรียนว่า พ่อตาย พ่อสูญหายไปแล้วจึงได้เข้าเรียน แต่เดี๋ยวพอเข้ามัธยมจะต้องมีบัตรบิดา หรือหากว่าตายก็ต้องมีใบมรณะบัตร ซึ่งตนจะไปหาที่ไหน ตนสงสารลูกไม่รู้จะทำอย่างไรจึงร้องสื่อให้ช่วยเหลือ ตนมีน้องชายพ่อแม่เดียวกันยืนยันได้ตอนนี้อยู่ จ.ระยอง และพี่สาวแม่เดียวกันแต่คนละพ่ออยู่ จ.ตราด ให้มายืนยันได้เลย ตนเป็นคนไทยแต่เหมือนคนเถื่อน ส่วนคนที่สวมบัตรใบหน้าคล้ายคนพม่าต่างด้าวมาก ขอวิงวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยเหลือตนด้วยได้รับความลำบากมากจริงๆ ยิ่งเวลาไปหาหมอตอนที่ป่วยต้องจ่ายเงินเต็ม ไม่เหมือนคนอื่นจ่ายแค่ 30 บาทเท่านั้น พูกแล้วก็ยกมือไหว้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยโดยด่วน

ภาพ/ข่าว  สวัสดิ์  ผลชัยภูมิ  /แจ๊ด  ทีวารีเจริญ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดชลบุรี

 



Suggess News

Recommend News