ย้อนรอยวลีเด็ด-กลโกงนายใหญ่ "โธ่พี่ กกต.ก็ของเรา" จนนำมาสู่คุกตอนแก่ กกต.3หนา5 ห่วง ผู้รับใช้นักปชต.จอมปลอม ล่าสุดแว่วๆ ขอพักโทษ-เหตุชรา

Publish 2017-12-07 16:07:41



 

นี่ไงประชาธิปไตยของนายใหญ่ และเสื้อแดงบูชานักบูชาหนา...ว่าเป็นตัวแทนของฝ่ายประชาชน...มาจากการเลือกตั้ง เป็นนักประชาธิปไตยตัวยงบนแผ่นดิน..."กะลาแลนด์"...คำเหยียดที่พวกเขาใช้เรียกขานแผ่นดินเกิดของตนเอง...แบบบรรพบุรุษของตนอาจต้องนอนสะดุ้งอยู่ในหลุม แต่นั่นดูจะเป็นแค่...คำอุปโลกน์ที่ห่างไกลความจริงไปมากสำหรับผู้รู้แจ้ง...พฤติการณ์ในการเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมของทักษิณ...เพราะแม้แต่การ "เลือกตั้ง" อันเป็นหนทางเข้าสู่อำนาจในเบื้องแรก...เขายังโกงแล้วโกงอีก...เรื่องนี้แจ้งชัดอยู่ในคำพิพากษาของศาลฯ ที่ตัดสินจำคุก 2 ปี กกต. ยุค 3 หนา 5 ห่วง ทั้ง "พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ" และ "นายปริญญา นาคฉัตรีย์" อดีตประธาน และอดีต กกต. รวมทั้ง นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต. ที่เสียชีวิต ในฐานความผิดช่วย "นายใหญ่" โกงเลือกตั้งเมื่อปี 2549 ซึ่งปัจจุบันยังถูกจำคุกอยู่ กระทั่งล่าสุดวานนี้   มีข่าวจากกรมราชทัณฑ์ว่า  2 อดีต กกต. ผู้อื้อฉาวมีลุ้น "พักโทษ" ปลายปีนี้ เหตุคุณสมบัติเข้าเกณฑ์นักโทษชรา และต้องโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หลังศาลฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.59

 

 

สำหรับผู้รู้ทันเล่ห์กล "ระบอบทักษิณ" ย่อมคุ้นเคยประโยคเด็ดที่เขาเคยกล่าวกับอดีตนักการเมืองใหญ่ ฉายาเจ้าพ่อตะวันออก และต่อมาเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยของทักษิณ ถึงการชิงชัยการเลือกตั้งครั้งหนึ่งว่า "โธ่พี่ กกต. ก็ของเรา" และเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่มีผู้รังเกียจ "การซื้อเสียงในการเลือกตั้ง" จดจำมาจนวันนี้

 

วลีเด็ดนั้น...ไม่จำเป็นต้องตีความให้เสียเวลาว่า...หมายถึงใคร...เพราะรู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง (นอกจากคนเสื้อแดงที่แกล้งไม่รู้ เพราะแสลงใจเรื่องนี้) ว่า...หมายถึง  กกต. ยุค 3 หนา 5 ห่วงที่มี "พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ" เป็นประธาน โดยหลิ่วตา และรู้เห็นเป็นใจให้พรรคไทยรักไทยของทักษิณ (ชื่อขณะนั้น) โกงการเลือกตั้งจนชนะ และได้จัดตั้งรัฐบาลในเวลาต่อมา



 

โดยเรื่องทั้งหมดเรื่อมจากการที่  “นายทักษิณ” ประกาศยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 2 เมษายน 2549 หลังกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาประท้วงการบริหารงานของรัฐบาลไทยรักไทย กรณีขายหุ้นชินคอร์ปให้กับกลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์โดยไม่เสียภาษี และความขัดแย้งส่อจะบานปลายหนัก จากนั้นพรรคไทยรักไทย กลับไปว่าจ้างพรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคเล็ก ลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันที่ 23 เม.ย.2549  เพื่อหนีกฎ หากมีผู้สมัครเพียงคนเดียว ต้องได้คะแนนมากกว่า 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง (voter)

 

โดย กกต. ถึงกับเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยลงสมัครในเขตอื่น และสอบตกจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 ซึ่งถูกประกาศให้เป็นโมฆะ สามารถเวียนเทียนกลับมาลงสมัครใหม่ในวันที่ 23 เม.ย.ได้อีกครั้ง ทั้งที่ ยังไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้งในเขตเดิมที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัครในรอบแรกเลย



 

    พฤติการณ์ที่คิดว่าคนไทยโง่...คิดจะหลอกยังไงก็ได้เช่นนี้ ทำให้ต่อมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กกต. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 เหตุที่ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในการจ้างพรรคเล็กลงสมัครฯ ดังกล่าว ต่อมาคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำคุกอดีต กกต. ทั้ง 3 คน ได้แก่ พล.ต.อ. วาสนา, ปริญญา และวีระชัย แนวบุญเนียร เป็นเวลา 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีดังกล่าว ก่อนที่นายวีระชัย จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

 

และส่งผลให้ 2 อดีต กกต.ต้องเข้าไปใช้ชีวิตบั้นปลายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นับแต่วันที่ 3 มิ.ย.59 เป็นต้นมา...ปิดฉากคำพูดที่ใหญ่คับฟ้าของนายใหญ่ช่วงนั้นว่า..."โธ่พี่ กกต.ก็ของเรา" ไปแบบคนรู้ทันได้แต่สังเวชในใจว่า...แบบนี้คงหลอกได้แต่คนที่มืดบอดทางปัญญาว่า เขาเป็น...นักประชาธิปไตย...เท่านั้น


...ส่วนเรื่อง การขอ "พักโทษ" ของ 2 อดีต กกต. ผู้อื้อฉาว หลังไปนอนชดใช้กรรมมาพักหนึ่งคงต้องรอลุ้นปลายปีนี้...ว่าจะลงเอยเช่นไร

 


เรียบเรียงโดย

วัชราวรรณ สุขสวัสดิ์

Recommend News